25 Marนปถ.เห็นชอบตัดคะแนนประพฤติคดีทำผิดทางถนน

พล.อ.อนุพงษ์เผยที่ประชุม นปถ.เห็นชอบตามที่ตร. เสนอเพิ่มโทษผู้กระทำผิดทางถนน ใช้มาตรการตัดแต้มความประพฤติแบบต่างประเทศ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) ว่า มาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 จะใช้มาตรการเดิมเหมือนปีที่ผ่านมา แต่จะเพิ่มเติมความเข้มงวดในจุดที่มีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูงหรือมีการสูญเสียมาก เช่น เพิ่มจุดตรวจและจุดตรวจจับความเร็ว พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร คุมเข้มเรื่องการดื่มสุรา การขับรถเร็วและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอแผนแม่บทเรื่องความปลอดภัยของปี 2561-2564 ซึ่งขยายระยะเวลาจากเดิมที่จะกำหนดแผนแม่บทระหว่างปี 2560-2563 ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาตามที่หน่วยงานต่าง ๆ เสนอความเห็น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ประชุม นปถ. เห็นชอบ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ด้เสนอกฎหมายเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน ซึ่งคณะกรรมการนปถ.พิจารณาเรื่องใบอนุญาตขับขี่และการเพิ่มโทษ หากกระทำความผิดจะให้ตัดคะแนนความประพฤติไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และหากกระทำผิดซ้ำอีกโทษจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วนข้อเสนอการตั้งสถาบันวิชาการด้านความปลอดภัยทางถนน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คณะกรรมการนปถ.คิดว่าทำได้ยาก เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมาก หากตั้งสถาบันฯ โครงสร้างจะใหญ่มาก ซึ่งต้องใช้คน เจ้าหน้าที่รัฐและเงินจำนวนมาก สิ่งที่พอจะทำได้ทันทีคือการตั้งเป็นคณะกรรมการ เพราะเป็นสิ่งที่รัฐไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

ด้านพล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ไปศึกษาการแก้ปัญหาการจราจร จึงได้เสนอไป 3 ส่วน คือ 1. ประชาชนที่จะขับขี่รถบนถนนสาธารณะต้องสอบใบขับขี่ก่อน 2. เมื่อได้รับใบอนุญาตขับขี่แล้วต้องมีพฤติกรรมในการขับขี่ที่ดี โดยเสนอให้แก้กฎหมายและเพิ่มโทษทางปกครอง จึงเสนอให้ตัดคะแนนความประพฤติแบบที่ต่างประเทศใช้ ซึ่งขณะนี้วางหลักเกณฑ์ไว้แล้ว 80% คือ ผู้มีใบอนุญาตขับขี่จะมีคะแนนทั้งหมด 12 คะแนน การตัดคะแนนจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.การกระทำผิดต่อตนเองแต่ไม่กระทบต่อสาธารณะ เช่น การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย การไม่สวมหมวกกันน็อคจะถูกตัด 1คะแนน 2.ความผิดปานกลาง คือทำให้สาธารณะได้รับผลกระทบ เช่น การฝ่าไฟแดง การขับรถย้อนศร จะตัด 2 คะแนน

“3.ความผิดรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อสังคม เช่น เมาแล้วขับ การเสพยาเสพติดแล้วขับรถหรือการชนแล้วหนี จะถูกตัดคะแนนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถสาธารณะหากกระทำผิดจนคะแนนความประพฤติหมดจะถูกยึดใบอนุญาตขับขี่ 12 เดือน แต่หากกระทำผิดซ้ำอีกอาจถึงขึ้นเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ส่วนใบสั่งรุ่นใหม่ผู้ที่ได้รับใบสั่งสามารถปฏิเสธใบสั่งแล้วต่อสู้คดีได้ แต่ถ้าได้รับใบสั่งแล้วไม่ชำระค่าปรับจะถูกปรับเป็น 2 เท่า ทั้งนี้ กฎหมายใหม่จะไม่ยึดใบอนุญาตขับขี่ แต่ความผิดจะถูกบันทึกในระบบคอมพิวเตอร์แทน” พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย